Scouse: จากเมนู สู่ความเป็นลิเวอร์พูล

หลายคนที่เป็นแฟนลิเวอร์พูล อาจจะได้ยินคำว่า สเก๊าซ์ (Scouse) และ สเก๊าซ์เซอร์ (Scouser) กันมาบ้าง ทำไมถึงเรียกคนลิเวอร์พูลว่า สเก๊าซ์เซอร์ แล้วเรียกสำเนียงคนลิเวอร์พูลว่าสเก๊าซ์กัน บล็อกในวันนี้จะมาเล่าถึงคำเหล่านี้กันค่ะ

Scouse คืออะไร?

สเก๊าซ์ เป็นชื่อเรียกของอาหารชนิดหนึ่ง หน้าตาคล้ายๆสตูว์ ทำมาจากเนื้อวัวหรือแกะ เสิร์ฟคู่กับ บีทรูทดอง หรือกะหล่ำแดงดอง อาจจะทานพร้อมขนมปัง เป็นชื่อสั้นๆของอาหารชื่อ Lobscouse (ล็อบสเก้าส์) ซึ่งเป็นชื่อสตูว์ของกะลาสีเรือ ที่ได้รับอิทธิพลจากฝั่งยุโรปตอนเหนือ โดยมีข้อสันนิษฐานว่าน่าจะมีรากศัพท์มาจาก Lapskaus เป็นสตูว์ของนอร์เวย์ แม้แต่แกงสเก๊าซ์ที่ลิเวอร์พูลปัจจุบันก็หน้าตาคล้ายกับ Lapskaus ของนอร์เวย์มาก

scouse (food)
(หน้าตาสเก๊าส์จากร้านอาหาร ผักดองเปรี้ยวมาก บางร้านจะเสิร์ฟผักดองแยกออกมาซึ่งดีกว่ามาก)

ปัจจุบัน ที่ยุโรป โดยเฉพาะยุโรปเหนือ ตามเมืองท่าเรือต่างๆ ก็ยังหา lapskaus ทานได้อยู่ค่ะ อย่างที่ ฮัมบูร์ก เยอรมนี ก็มีเป็นอาหารขึ้นชื่อค่ะ


จาก Scouse สู่ Scouser

สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้คือ ลิเวอร์พูลแต่เดิมเป็นหมู่บ้านชาวประมง แล้วพัฒนามาเป็นท่าเรือ ช่วงที่เป็นท่าเรือนี้เอง ลิเวอร์พูลได้กลายเป็นแหล่งหลอมรวมวัฒนธรรมของทั้งคนที่ย้ายถิ่นฐานมาจากที่ต่างๆ ทั้งในอังกฤษเอง, ไอร์แลนด์, หรือแม้กระทั่งยุโรปตอนเหนือ, แสกนดิเนเวีย (เช่นนอร์เวย์)

ในศตวรรษที่ 19 คนในละแวกเมอร์ซีย์ไซด์ (ลิเวอร์พูล และข้างเคียง) ชอบกินสเก๊าซ์มากเพราะเป็นราคาถูก (วัตถุดิบสมัยนั้น ในแค่ เนื้อเค็ม หัวหอม พริกไทย) แล้วเป็นอาหารยอดนิยมของครอบครัวเหล่ากะลาสีเรือ คนภายนอกเลยชอบเรียกคนแถบเมอร์ซีย์ไซด์ว่า “SCOUSER” (พวกที่กินแต่สเก้าซ์จนตัวเหม็นกลิ่น) ซึ่งแน่นอนว่า เป็นคำค่อนไปทางการดูถูกเหยียดหยาม คนชนชั้นแรงงาน ของลิเวอร์พูล

ปัจจุบัน จะมีทั้งคนที่รับได้และรับไม่ได้เวลาโดนเรียกว่า Scouser ที่ความหมายเก่าคือคนชนชั้นแรงงาน ค่อนไปในทางเหยียด ถึงแม้ความหมายปัจจุบันจะเปลี่ยน จนคนลิเวอร์พูลโดยเฉพาะแฟนบอลลิเวอร์พูลจะใช้เรียกตัวเองก็ตาม (ซึ่งแน่นอนว่าแฟนบอลก็คือกลุ่มชนชั้นแรงงานมาตั้งแต่อดีต) เวลาเจอคนแปลกหน้าแล้วบอกว่ามาจากลิเวอร์พูลคำที่เป็นกลางที่สุดที่ควรใช้เรียกคนเหล่านั้นคือ “Liverpudlian” มากกว่า ส่วนตัวเราเองก็เคยเจอคนที่แทนตัวเองว่า Liverpudlian มาเลยไม่กล้าเรียกเขาว่าสเก๊าซ์เซอร์เลยค่ะ แต่อย่างที่เห็นในหลายๆภาพจากลิเวอร์พูลโดยเฉพาะแฟนบอล พวกนี้จะเรียกตัวเองว่าสเก๊าซ์เซอร์ คนพวกนี้เรียกเขาได้ค่ะ

Scouser พูดScouse ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ (?)

สเก้าซ์เป็นทั้ง “สำเนียง” และ “ภาษาถิ่น” ของคนในลิเวอร์พูลและโดยรอบค่ะ ซึ่งแต่ละเมืองในเมอร์ซีย์ไซด์ ก็จะมีสำเนียงแตกต่างกันไป แต่คุยกันรู้เรื่อง สำหรับคนต่างชาติอย่างเรา ต้องใช้เวลานานพอสมควรเลยค่ะกว่าจะปรับหูได้ แม้แต่คนอังกฤษด้วยกันเอง ก็บอกว่าฟังคนที่นี่พูดไม่รู้เรื่องค่ะ โดยสำเนียงสเก๊าซ์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากเวลช์ ไอริช และยุโรปเหนือค่ะ

ยกตัวอย่างสำเนียงสเก๊าซ์ โดยคาร่า (เดชะบุญ ที่ปัจจุบันคาร่าพยายามพูดให้ชัดขึ้นเวลาออกช่อง Sky ค่ะ)

และนี่แหละค่ะ จากเมนูอาหารจานเดียวที่เหล่ากะลาสีในยุโรปนำเข้ามา ได้กลายเป็นทั้งผู้คนและภาษาของชาวลิเวอร์พูลไปแล้วอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ถ้ามีโอกาสได้ไปลิเวอร์พูล อย่าลืมไปลองชิมสเก๊าซ์กันดูนะคะ (หรือจะลองพายสเก๊าซ์ก็ได้) ส่วนใครใจร้อนจะลองหัดทำกันที่ไทยไปเลยก็ได้ค่ะ


สูตรสเก้าซ์จากสโมสรลิเวอร์พูล

เป็นสูตรจากห้องอาหารบู๊ทรูมคาเฟ่ ที่อยู่ในแอนฟิลด์นะคะ

สำหรับ 4 ที่

ส่วนผสม

  • น้ำมันมะกอก 4 ช้อนโต๊ะ
  • เนื้อสันคอ (หั่นเต๋า) 700 กรัม
  • ใบกระวาน (เบย์ลีฟ) 2 ใบ
  • ใบไทม์ 1 ก้าน
  • หัวหอมใหญ่ (หั่น 1 cm) 400 กรัม
  • หัวสวีด (หั่นเต๋า 1.5 cm) 350 กรัม [ที่ไทยน่าจะใช้หัวผักกาดหรือตัดไปเลยก็ได้]
  • แครอท (หั่นเต๋า 1.5 cm) 350 กรัม
  • มันสำปะหลัง (หั่นเต๋า 1.5 cm) 600 กรัม
  • บิทเทอร์เบียร์ 500 ml (ใช้ช้างไปก่อนก็ได้)
  • น้ำสต๊อกวัว 1.2 ลิตร

วิธีทำ

  1. อุ่นน้ำมันมะกอก ในกระทะท้องแบน (หม้อกระทะ) ด้วยไฟกลาง 1 นาที
  2. ใส่ เนื้อสันคอ ลงไป ผัดจนเปลี่ยนสีทุกด้าน ปรุงเกลือพริกไทย
  3. ใส่หัวหอม ผัดจนสุก
  4. ใส่เบียร์ ต้มจนน้ำลดไปครึ่งนึง
  5. ใส่แครอท หัวสวีด พร้อมกับมันครึ่งหนึ่ง (300กรัม) ตามด้วยเบย์ลีฟกับใบไทม์
  6. ใส่น้ำสต๊อก ต้มจนเดือด แล้วลดไฟ ปิดฝา ต้มต่อไปอีก 30 นาที
  7. ใส่มันที่เหลือ ปิดฝาต้มต่อไปอีก ชั่วโมงครึ่งจนเนื้อนิ่ม ชิม ปรุงรส เสิร์ฟได้

อาจเสิร์ฟคู่กับ บีทรูทดอง หรือกะหล่ำปลีดอง ทานพร้อมขนมปังกับเนย


ไปเที่ยวลิเวอร์พูล จะหาสเก้าซ์ที่ไหนกินดี

⭐️สำหรับคนที่ไปเที่ยวลิเวอร์พูล ร้านที่ขายสเก้าซ์ที่เราอยากแนะนำคือร้าน Maggie May’s Cafe อยู่บนถนน Bold Street ค่ะ / แล้วถ้าไปดูบอลที่แอนฟิลด์ ก็มีพายสเก้าซ์ขายนะคะ อากาศหนาวๆกับพายร้อนๆเวลาดูบอล เข้ากันได้ดีมากเลยค่ะ

เอาจริงในลิเวอร์พูล มีร้านที่ขายสเก้าซ์อยู่หลายร้านเหมือนกันนะคะ อย่างเช่น ร้านอาหารใน Merseyside Maritime Museum, The Bluecoat, The Baltic Fleet ค่ะ ส่วนมากจะมีให้เลือกเป็น เนื้อวัว หรือ แกะ ในบางร้านอาจมีแบบมังสวิรัติให้เลือกด้วยค่ะ ซึ่งร้านที่เราแนะนำมา เป็นร้านที่อยู่ในละแวกกลางเมือง ที่เดินไปมาได้อยูแล้ว ยิ่งร้านใน Maritime Museum กับ The Baltic Fleet จะให้อารมณ์มากกว่าเพราะอยู่แถวท่าเรือ กินไป ก็ได้รับบรรยากาศกะลาสีเรือในสมัยนั้นค่ะ สั่งคู่กับ ale สัก 1 แก้ว กรึ่มๆ กันไป

Global Scouse Day

รู้หรือไม่ว่า ทุกวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็นวัน Global Scouse Day ซึ่งคนลิเวอร์พูล ที่อยู่ในลิเวอร์พูลและทั่วโลกต่างทำสเก้าซ์กินกัน โดยจริงๆมีที่มาจากงานปาร์ตี้เล็กๆ แล้วตอนนี้กลายเป็นกระแส ตามร้านอาหารและผับต่างๆในลิเวอร์พูลก็มีกระแสวันสเก้าซ์โลก ทุกคนต่างกินสเก้าซ์กันหมด แฟนบอลลิเวอร์พูลในไทยอย่างเรา ก็ตั้งใจว่าปีนี้จะลองทำสเก้าซ์ดูค่ะ

หากสนใจเรื่องเกี่ยวกับลิเวอร์พูล ลองอ่านบทความเหล่านี้ไหมคะ นกไลเวอร์เบิร์ด, ของกินในลิเวอร์พูล

references:
http://www.bbc.co.uk/liverpool/content/articles/2005/01/11/voices_liverpoolaccent_feature.shtml
https://www.theguardian.com/notesandqueries/query/0,5753,-6353,00.html
https://www.liverpoolfc.com/news/first-team/155827-lfc-reveals-world-s-best-scouse-recipe